นิทานอีสป เรื่อง มดกับดักแด้
Get Adobe Flash player

มุมสำหรับครู

ผู้อำนวยการโรงเรียน

เข้าสู่ระบบ

ขณะนี้เวลา

จำนวนผู้เข้าชม

6100980
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวมทั้งสิ้น
59
1777
4162
6084945
35763
60589
6100980

Your IP: 3.234.208.66
Server Time: 2020-02-18 02:04:03
ให้นักเรียนเขียนเนื้อเรื่องภาษาอังกฤษลงในสมุด  พร้อมทั้ง หาคำศัพท์จากเรื่องจำนวน ๑๐ คำ
 
The Ant and the Chrysalis

 
             An Ant nimbly running about in the sunshine in search of food came across a Chrysalis that was very near its time of change.

The Chrysalis moved its tail, and thus attracted the attention of the Ant, who then saw for the first time that it was alive.

“Poor, pitiable animal!” cried the Ant disdainfully.

“What a sad fate is yours! While I can run hither and thither, at my pleasure, and, if I wish,
-ascend the tallest tree, you lie imprisoned here in your shell, with power only to move a joint or two of your scaly tail. ”

The Chrysalis heard all this, but did not try to make any reply. A few days after, when the Ant passed that way again, nothing but the shell remained.

Wondering what had become of its contents, he felt himself suddenly shaded and fanned by the gorgeous wings of abeautiful Butterfly.

“Behold in me,” said the Butterfly, “your much-pitied friend! Boast now of your powers to run and climb as long as you can get me to listen.”

So saying, the Butterfly rose in the air, and, borne along and aloft on the summer breeze, was soon lost to the sight of the Ant forever.


“Appearances are deceptive.”



มดกับดักแด้
 

 
              ในวันอากาศแจ่มใส มดตัวหนึ่งกำลังวิ่งออกหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว มันเดินข้ามผ่านดักแด้ตัวหนึ่งซึ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายจากดักแด้เป็นผีเสื้อ

ดักแด้ที่ขยับหางของมัน ทำให้มดจ้องมองด้วยความสนใจ และรู้ว่าสิ่งที่มันเห็นนั้นมีชีวิต
 
“น่าสงสารจริง ๆ เล๊ย…ย” มดร้องด้วยเสียงเหยียดหยัน
 
“เจ้านี่ช่างมีโชคชะตาที่น่าเศร้าอะไรเช่นนี้ ในขณะที่ข้าสามารถที่จะวิ่งไปไหนมาไหนได้ตามที่ใจต้องการ ปีนขึ้นยอดขต้นไม้ แต่เจ้ากลับได้แต่นอนนิ่งในเปลือกของตัวเองอยู่ตรงนี้ และมีแรงแค่ขยับหางเท่านั้น

ดักแด้ได้ยินคำเหยียดหยันที่มดพูดออกมาทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบใด ๆ ไม่กี่วันต่อมา เมื่อมดตัวดังกล่าวเดินผ่านมาทางนั้นอีกครั้ง ก็ไม่พบสิ่งใดอีก นอกจากเปลือกของดักแด้ที่ยังคงอยู่บริเวณนั้น

มันประหลาดใจว่าสิ่งที่อยู่ในเปลือกกลายไปเป็นอะไร มดรู้สึกทันทีว่าตัวเองกำลังได้รับร่มเงาจากปีกที่สวยงามของผีเสื้อ
 
 “เห็นข้าไหม” ผีเสื้อพูด “เจ้าน่าเวทนายิ่งนัก! ตอนนี้เจ้าสามารถโอ้อวดพละกำลังของเจ้าในการวิ่งและปีนไต่ได้เท่าที่ขขเจ้าอยากให้ข้าฟัง”

จากนั้น ผีเสื้อก็บินขึ้นไปในอากาศ มุ่งหน้าไปตามสายลมที่แผ่วเบาในฤดูร้อน จนลับสายตาของมดไปตลอดกาล

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

 “สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น”